ทุกปีมีคนถูกดำเนินคดีเพราะจัดการเศษวัสดุด้วยวิธีที่เคยทำมาตลอดชีวิต ทั้งที่มีช่องทางขออนุญาตอยู่และใช้เวลาไม่กี่วัน
ในภาคเหนือ การเผาเศษวัสดุหลังเก็บเกี่ยวหรือหลังตัดแต่งกิ่ง เคยเป็นเรื่องปกติที่ทำกันมาหลายชั่วอายุคน จนกระทั่งปัญหาฝุ่นกลายเป็นวาระของประเทศ และกฎเปลี่ยนไปโดยที่หลายคนยังไม่ทันตั้งตัว
บทความนี้สรุปว่าปัจจุบันกติกาคืออะไร ทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ และถ้าจำเป็นต้องเผาจริง ๆ ต้องเดินเรื่องอย่างไร
จังหวัดเชียงใหม่ลงนามประกาศเรื่องการกำหนดเขตบริหารจัดการเชื้อเพลิงและเขตควบคุมการเผา โดยกำหนดห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิดเป็นเวลา 5 เดือน ตั้งแต่ 1 มกราคมถึง 31 พฤษภาคม 2569 และในพื้นที่ชุมชนห้ามเผาขยะและเศษกิ่งไม้ทุกชนิด
ควบคู่กันยังมีมาตรการระดับประเทศ คือห้ามเผาพื้นที่เกษตรทั่วประเทศระหว่าง 1 กุมภาพันธ์ถึง 31 มีนาคม 2569 ซึ่งกำหนดบทลงโทษเป็นการตัดสิทธิความช่วยเหลือจากรัฐนาน 2 ปี
เรื่องบทลงโทษเป็นประเด็นที่มีการรายงานไว้ค่อนข้างแรง มีรายงานว่าผู้ฝ่าฝืนอาจต้องโทษปรับสูงสุด 2 ล้านบาท จำคุกสูงสุด 20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นเพดานโทษที่ขึ้นกับฐานความผิดและพื้นที่ที่เกิดเหตุ เช่นการเผาในเขตป่าย่อมมีฐานความผิดต่างจากการเผาเศษกิ่งในสวนของตนเอง
ในทางปฏิบัติปี 2569 เชียงใหม่มีการจับกุมผู้ฝ่าฝืนมาตรการควบคุมการเผารวม 245 คดี
จุดที่คนเข้าใจผิดมากที่สุดคือคิดว่าประกาศห้ามเผาคือการห้ามเด็ดขาดโดยไม่มีทางออก ความจริงคือระบบถูกออกแบบให้เป็นการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ไม่ใช่การห้ามล้วน ๆ
หลักคิดคือ ถ้าทุกคนเผาพร้อมกันในสัปดาห์เดียวและอากาศปิดพอดี ฝุ่นจะพุ่งจนเกินมาตรฐาน แต่ถ้ากระจายวันเผาและเลือกวันที่อากาศเปิด ผลกระทบจะต่างกันมาก ระบบลงทะเบียนจึงทำหน้าที่เป็นตัวจัดคิว
เนื้อหานี้เรียบเรียงเพื่อให้เห็นภาพรวมเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมาย ประกาศจังหวัด และระเบียบปฏิบัติเปลี่ยนแปลงได้ทุกปีและต่างกันในแต่ละพื้นที่ ก่อนดำเนินการจริงต้องตรวจสอบกับหน่วยงานในพื้นที่ของท่านเสมอ
มีเสียงสะท้อนจากพื้นที่ว่าการห้ามเผาแบบเหมารวมไม่สอดคล้องกับวิถีการจัดการไฟบางรูปแบบ เช่นแนวคิด “เผาส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่” ที่บางชุมชนใช้จัดการเชื้อเพลิงสะสมในป่าอย่างมีแผน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการเผาทิ้งตามใจ
ประเด็นนี้ยังเป็นข้อถกเถียงเชิงนโยบายที่ยังไม่จบ แต่สิ่งที่ชัดเจนสำหรับเกษตรกรรายย่อยคือ ตราบใดที่ยังไม่มีทางเลือกที่ถูกกว่าการเผา การบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวจะยังเจอแรงต้านเสมอ
คนไม่ได้เผาเพราะอยากเผา แต่เผาเพราะเป็นวิธีเดียวที่ต้นทุนเป็นศูนย์
| วิธี | สถานะทางกฎหมาย | สิ่งที่ต้องเตรียม |
|---|---|---|
| เผาในเตาปิด | ไม่ใช่การเผาในที่โล่ง แต่ต้องตรวจเงื่อนไขของประกาศปีนั้นกับอำเภอก่อนเสมอ | เตา 1 ใบ พื้นที่วางเตาที่ปลอดภัย และบันทึกการเผา |
| สับกลบลงดิน | ทำได้ | เครื่องสับ ซึ่งบางพื้นที่มีให้ยืมผ่าน อปท. หรือกลุ่มเกษตรกร |
| ทำปุ๋ยหมัก | ทำได้ | พื้นที่กองและเวลา 2–3 เดือน เหมาะกับใบและกิ่งเล็ก |
| ขายเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล | ทำได้ | ผู้รับซื้อในพื้นที่และการขนส่ง |
| เผาโดยลงทะเบียน | ทำได้เมื่อได้รับอนุมัติ | ลงทะเบียนล่วงหน้า 3 วัน และปฏิบัติตามเงื่อนไข |
อย่าสรุปเองว่าการเผาในเตาปิดได้รับการยกเว้นโดยอัตโนมัติ เพราะถ้อยคำในประกาศแต่ละปีและแต่ละจังหวัดไม่เหมือนกัน บางฉบับเขียนครอบคลุมกว้างมาก ควรสอบถามอำเภอหรือ อปท. เป็นลายลักษณ์อักษรและเก็บคำตอบไว้ ก่อนเริ่มเผาในช่วงประกาศ
ทางเลือกที่เปลี่ยนเศษกิ่งจากภาระให้เป็นรายได้ พร้อมใบบันทึกการเผาที่พิมพ์ใช้ได้จริง
ตัวเลขจุดความร้อนและค่าฝุ่นปี 2569 กับส่วนของปัญหาที่แก้ได้จริง
กฎหมายป่าไม้นับถ่านเป็นของป่า และนั่นมีผลกับคนขายถ่านทุกคน