งานวิจัยวิเคราะห์ไบโอชาร์จากเตาชนิดนี้ 57 ตัวอย่าง แล้วพบว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐาน European Biochar Certificate ทั้งเรื่องคาร์บอน ความจุแลกเปลี่ยนประจุ และสารปนเปื้อน
เตาที่สร้างง่ายและราคาถูกมักถูกสงสัยว่าคุณภาพจะสู้เครื่องจักรราคาแพงไม่ได้ ในกรณีของเตาม่านเปลวไฟ เรื่องนี้มีคำตอบจากการวิเคราะห์ตัวอย่างจริงในห้องปฏิบัติการ
งานวิจัยภาคสนามในเนปาลใช้เชื้อเพลิงหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นไม้พุ่ม แล้ววิเคราะห์ไบโอชาร์ที่ได้1
| ค่าที่วัด | ผลที่ได้ | ความหมาย |
|---|---|---|
| ปริมาณคาร์บอน | 76 ± 9% | สูง จัดเป็นไบโอชาร์คุณภาพดี |
| พื้นที่ผิวจำเพาะ | 11–215 ตร.ม./ก. | ช่วงกว้างมาก ขึ้นกับชนิดเชื้อเพลิง |
| ความจุแลกเปลี่ยนประจุบวก | 43–217 cmolc/กก. | สูง หมายถึงจับธาตุอาหารในดินได้ดี |
| สาร PAHs 16 ชนิดของ EPA | 2.3–6.6 มก./กก. | ต่ำ สอดคล้องกับเกณฑ์ EBC |
ผู้วิจัยสรุปว่าไบโอชาร์ที่ได้สอดคล้องกับเกณฑ์ของ European Biochar Certificate ซึ่งเป็นมาตรฐานไบโอชาร์ที่เข้มที่สุดชุดหนึ่งของโลก1
งานวิจัยอีกฉบับที่เปรียบเทียบไบโอชาร์จากเตาหลายชนิดพบว่า ไบโอชาร์จากทุกชนิดเตาให้ค่าที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ คือค่า pH 9.1 ± 0.3 ความจุแลกเปลี่ยนประจุบวก 133 ± 37 cmolc/กก. คาร์บอนอินทรีย์ 73.9 ± 6.4% และพื้นที่ผิว 35 ถึง 215 ตารางเมตรต่อกรัม2
ข้อนี้ขัดกับสัญชาตญาณ เพราะคนมักคิดว่าไฟเปิดต้องสกปรกกว่า
คำอธิบายของผู้พัฒนาคือ หลักการไฟเปิดทำให้ก๊าซไพโรไลซิสส่วนใหญ่ถูกขับออกจากถ่านแล้วถูกเผาไป แทนที่จะเกาะค้างอยู่บนผิวและในรูพรุนในรูปของคอนเดนเสทที่เป็นพิษ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบในเตาปิดบางแบบที่ก๊าซถูกกักไว้กับถ่าน3
นอกจากนี้ ผู้พัฒนายังระบุว่าการดับด้วยน้ำอย่างช้า ๆ จากด้านล่าง ช่วยทำความสะอาดและกระตุ้นรูพรุนบางส่วน ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากวิธีดับ ไม่ใช่จากตัวเตา3
เตาชนิดนี้ทำงานที่ 650 ถึง 750 องศาเซลเซียส ขณะที่เตาชนิดอื่นในงานวิจัยเปรียบเทียบทำงานที่ราว 400 ถึง 500 องศาเซลเซียสก่อนดับ2 อุณหภูมิที่สูงกว่านี้ทำให้ลิกนินในเนื้อไม้เปลี่ยนเป็นถ่านได้อย่างสมบูรณ์ ผลคือได้ไบโอชาร์อุณหภูมิสูงที่มีความเสถียรและพื้นที่ผิวสูงกว่า
เอกสารของผู้พัฒนาระบุการใช้งานที่ไบโอชาร์อุณหภูมิสูงจากเตาชนิดนี้เหมาะสม3
แต่ต้องย้ำว่าการใช้กับสัตว์ต้องผ่านเกณฑ์เกรดอาหารสัตว์ซึ่งเข้มกว่าเกรดปรับปรุงดินมาก และต้องมีผลวิเคราะห์รองรับ
งานวิจัยปี 2017 ทดลองเสริมธาตุอาหารให้ไบโอชาร์สองวิธี คือใส่ขณะร้อนกับใส่หลังเย็นแล้ว
ผลคือ การผสมไบโอชาร์ที่ยังร้อนอยู่เข้ากับสารละลายธาตุอาหารโดยตรง ให้ผลแรงที่สุด แรงกว่าการใส่ไบโอชาร์กับปุ๋ยแยกกัน2
ในทางปฏิบัติหมายความว่า แทนที่จะดับไฟด้วยน้ำเปล่า สามารถดับด้วยสารละลายธาตุอาหาร เช่น ปุ๋ยละลายน้ำหรือปัสสาวะเจือจาง ซึ่งงานวิจัยระบุว่าเป็นวิธีที่ใช้กันจริง1 ทำให้ได้ไบโอชาร์ที่ชาร์จแล้วตั้งแต่ในเตา ไม่ต้องหมักเพิ่มอีก 28 วัน
ดับด้วยน้ำเปล่าได้ไบโอชาร์ ดับด้วยสารละลายธาตุอาหารได้ไบโอชาร์ที่พร้อมใช้ทันที
ไบโอชาร์ที่ร้อนจัดสัมผัสของเหลวจะเกิดไอน้ำร้อนจำนวนมากอย่างรวดเร็ว ต้องยืนอยู่เหนือลมและใส่อุปกรณ์ป้องกัน เสมอ และควรค่อย ๆ ราดจากด้านล่างหรือขอบเตา ไม่ใช่สาดลงกลางเตา
ตัวเลขในบทความนี้มาจากงานวิจัยภาคสนามที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ซึ่งวัดจากเตาที่ออกแบบและใช้งานในเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละการศึกษา ผลที่ได้จากเตาแต่ละใบและผู้ใช้แต่ละคนอาจต่างจากนี้ได้มาก โดยเฉพาะเมื่อความชื้นของเชื้อเพลิงและวิธีเดินเตาต่างกัน
ผลิตไบโอชาร์คุณภาพสูงได้จากกิ่งไม้ในสวนของคุณเอง
H/C, O/C และเกณฑ์สารปนเปื้อนตาม EBC และ IBI
ดับด้วยน้ำหรือกลบด้วยดิน ให้ผลต่างกันชัดเจน