ถ้าจะขายไบโอชาร์ให้ตลาดที่จริงจัง ต้องรู้ว่าเลขสองตัวคือ H/C และ O/C หมายถึงอะไร และทำไมสารกลุ่ม PAHs ถึงเป็นเกณฑ์ตัดสินว่าผ่านหรือไม่ผ่าน
ในตลาดไทย ไบโอชาร์ส่วนใหญ่ขายโดยไม่มีผลวิเคราะห์ใด ๆ ผู้ซื้อจึงไม่มีทางรู้ว่าสิ่งที่ซื้อคือไบโอชาร์จริงหรือแค่ถ่านบด
ในตลาดที่จริงจังกว่านั้น โดยเฉพาะตลาดที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนเครดิตและการส่งออก มีมาตรฐานสองชุดที่ถูกอ้างถึงมากที่สุด
| มาตรฐาน | ลักษณะ |
|---|---|
| European Biochar Certificate (EBC)1 | มาตรฐานยุโรป ดำเนินการโดย Carbon Standards International แบ่งเป็นหลายชั้นการใช้งาน เช่น เกษตร เกษตรอินทรีย์ อาหารสัตว์ และการใช้เชิงวัสดุ |
| IBI Biochar Standards2 | มาตรฐานของ International Biochar Initiative แบ่งการทดสอบเป็นหมวด A B และ C โดยหมวด C เป็นทางเลือก |
ถ้าจำอะไรได้แค่สองอย่างจากบทความนี้ ให้จำสองตัวนี้
อัตราส่วนไฮโดรเจนต่อคาร์บอนอินทรีย์ในเชิงโมล เป็นตัวบ่งชี้ว่าวัสดุผ่านการเปลี่ยนสภาพเป็นถ่านสมบูรณ์แค่ไหน ยิ่งต่ำแปลว่าโครงสร้างยิ่งเป็นวงอะโรมาติกและยิ่งเสถียร
EBC กำหนดว่าต้องน้อยกว่า 0.7 และเข้มขึ้นเป็นน้อยกว่า 0.4 สำหรับเกรดที่ใช้เป็นอาหารสัตว์1
อัตราส่วนออกซิเจนต่อคาร์บอนอินทรีย์ เป็นตัวบ่งชี้ความเสถียรอีกตัวหนึ่ง EBC ระบุว่าควรต่ำกว่า 0.4 โดยมีข้อยกเว้นได้ในกรณีที่ค่าเกินเพราะการปรับปรุงหลังไพโรไลซิสหรือการเติมสารร่วม ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบความสมเหตุสมผลเป็นรายกรณี1
มีงานวิจัย3 ที่ทดสอบวัตถุดิบลิกโนเซลลูโลสในช่วงอุณหภูมิ 150 ถึง 700 องศาเซลเซียส และพบว่าตัวอย่างทั้งหมดมีค่า H:C ต่ำกว่า 0.7 และ O:C ต่ำกว่า 0.4 เมื่อเผาที่ 400 องศาเซลเซียสขึ้นไป แปลว่าเตาปิดที่ควบคุมอุณหภูมิให้ถึงระดับนี้ได้อย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสผ่านเกณฑ์ความเสถียรอยู่แล้ว
นี่คือหมวดที่ทำให้ไบโอชาร์จำนวนมากไม่ผ่านมาตรฐาน
เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์และอาจติดมากับวัตถุดิบหรือเกิดขึ้นระหว่างไพโรไลซิส เกณฑ์ที่ใช้อ้างอิงคือผลรวมของ 16 PAHs ตามรายการของ US EPA
ปริมาณสารกลุ่มนี้ขึ้นกับปริมาณคลอรีนในชีวมวลที่นำมาเผาเป็นหลัก ชีวมวลที่อยู่ในบัญชีรายการที่อนุญาตของ EBC ล้วนมีคลอรีนต่ำ จึงถือว่าการวิเคราะห์เพียงครั้งเดียวต่อโรงงานเพียงพอ4
นี่คือเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังกฎห้ามนำพลาสติก ยาง ไม้ทาสี และไม้อาบสารเคมีเข้าเตา ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องกลิ่นหรือความรู้สึก
ทั้งสองมาตรฐานกำหนดค่าสูงสุดของโลหะหนักที่ห้ามเกิน โดย EBC กำหนดแยกตามชั้นการใช้งาน
EBC ยังกำหนดให้ต้องประกาศค่าต่อไปนี้เสมอ แม้บางค่าจะไม่มีเกณฑ์ผ่านหรือไม่ผ่าน1
มาตรฐานที่ดีไม่ได้บังคับให้ทุกอย่างต้องดี แต่บังคับให้ทุกอย่างต้องถูกวัดและประกาศ
การขอรับรองเต็มรูปแบบมีต้นทุนสูงและไม่จำเป็นสำหรับผู้ผลิตรายเล็กที่ขายในประเทศ แต่สามารถยืมโครงสร้างของมาตรฐานมาใช้ได้ฟรี
บทความนี้เรียบเรียงจากงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ ตัวเลขที่อ้างถึงเป็นค่าเฉลี่ยจากการวิเคราะห์อภิมาน ซึ่งมีความแปรผันสูงตามชนิดดิน ชนิดวัตถุดิบ อัตราการใส่ และสภาพภูมิอากาศ ผลในแปลงจริงของแต่ละพื้นที่จึงอาจต่างจากค่าเฉลี่ยได้มาก ควรทดลองในพื้นที่ของตนเองก่อนขยายผล
ไบโอชาร์ที่ระบุค่าที่วัดได้บนฉลากทุกล็อต ไม่ใช่ค่ามาตรฐานที่พิมพ์เหมือนกันทั้งปี