ราคาเครดิตไบโอชาร์อยู่ในระดับที่น่าสนใจมาก แต่ก่อนจะฝันถึงรายได้ ต้องเข้าใจก่อนว่าต้นทุนการรับรองไม่ได้เล็กและไม่ได้ลดลงตามขนาดโครงการ
เรื่องคาร์บอนเครดิตจากไบโอชาร์ถูกพูดถึงมากในช่วงหลัง และมักถูกนำเสนอกับชุมชนในแง่ที่ดูง่ายเกินจริง บทความนี้จึงพยายามให้ภาพทั้งสองด้าน
ต้นไม้ดึงคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศมาสร้างเนื้อไม้ตลอดชีวิตของมัน เมื่อไม้ย่อยสลายตามธรรมชาติหรือถูกเผา คาร์บอนเกือบทั้งหมดจะกลับคืนสู่บรรยากาศภายในไม่กี่ปี
การเปลี่ยนไม้เป็นไบโอชาร์ตัดวงจรนั้น เพราะโครงสร้างคาร์บอนที่ผ่านความร้อนสูงจะเสถียรมากและอยู่ในดินได้หลายร้อยปี จึงถือว่าคาร์บอนถูกดึงออกจากวงจรอย่างถาวร ต่างจากการปลูกป่าที่คาร์บอนอาจกลับสู่บรรยากาศหากเกิดไฟไหม้หรือถูกตัด
นี่คือเหตุผลที่ไบโอชาร์เป็นหนึ่งในไม่กี่วิธีที่ตลาดยอมรับว่าเป็น carbon removal ที่วัดได้จริง
ในปี 2026 เครดิตไบโอชาร์ซื้อขายอยู่ที่ราว 160–170 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และตลาดค่อนข้างตึง เพราะซัพพลายไบโอชาร์ระดับอุตสาหกรรมถึง 93% ถูกล็อกด้วยสัญญาไปแล้ว
ที่สำคัญกว่าราคาเฉลี่ยคือตลาดกำลังแยกชั้นตามคุณภาพ โครงการที่มีระบบตรวจวัดและรายงานแข็งแรงได้ราคาสูงกว่า ขณะที่โครงการที่เอกสารอ่อนถูกกดราคาหรือถูกถอดออก
กลไกภาคสมัครใจของไทยคือ Thailand Voluntary Emission Reduction Program หรือ T-VER ดำเนินการโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ขั้นตอนโดยสรุปมีดังนี้
โครงการยังต้องผ่านหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียน ซึ่งรวมถึงการสอดคล้องกับระเบียบวิธีที่คณะกรรมการ อบก. กำหนด และการพิสูจน์ว่าเป็นการดำเนินงานเพิ่มเติมจากการดำเนินงานปกติ
นี่คือส่วนที่ทำให้ตัวเลขรายได้ที่ดูสวยกลายเป็นคนละเรื่อง
| รายการ | ลักษณะต้นทุน |
|---|---|
| การจัดทำเอกสาร PDD | ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ส่วนใหญ่ต้องจ้างที่ปรึกษา เป็นต้นทุนคงที่ |
| ค่าผู้ประเมินภายนอก | มีทั้งรอบตรวจสอบความใช้ได้และรอบทวนสอบ เป็นต้นทุนคงที่ที่ไม่ลดตามขนาดโครงการ |
| ระบบติดตามและบันทึกข้อมูล | ต้องบันทึกต่อเนื่องทุกรอบผลิต และต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ |
| ผลวิเคราะห์ห้องปฏิบัติการ | ค่าคาร์บอน อัตราส่วน H/C สารปนเปื้อน และโลหะหนัก ต้องทำซ้ำเป็นระยะ |
| เวลาและการรอ | กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเป็นปี ไม่ใช่เดือน |
ค่าใช้จ่ายในการพิสูจน์ว่าเก็บคาร์บอนได้ ไม่ได้เล็กลงเลยเมื่อโครงการเล็กลง
สมมติกลุ่มชุมชนที่มีเตาถัง 200 ลิตร 5 ใบ ผลิตไบโอชาร์ได้ปีละราวไม่กี่ตัน ถ้าใช้ตัวเลขประมาณการที่ไบโอชาร์ 1 ตันเทียบเท่าการกักเก็บ 2–3 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ปริมาณเครดิตต่อปีจะอยู่ในหลักไม่กี่สิบตัน
เมื่อคูณด้วยราคาตลาดแล้วเทียบกับค่าจัดทำเอกสารและค่าผู้ประเมินภายนอกที่ต้องจ่ายไม่ว่าโครงการจะใหญ่หรือเล็ก ผลลัพธ์สำหรับกลุ่มขนาดนี้มักออกมาว่ายังไม่คุ้มถ้าทำโครงการเดี่ยว
เนื้อหานี้เรียบเรียงเพื่อให้เห็นภาพรวมเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมาย ประกาศจังหวัด และระเบียบปฏิบัติเปลี่ยนแปลงได้ทุกปีและต่างกันในแต่ละพื้นที่ ก่อนดำเนินการจริงต้องตรวจสอบกับหน่วยงานในพื้นที่ของท่านเสมอ
คำตอบไม่ใช่ให้เลิกสนใจ แต่คือให้ทำสิ่งที่มีต้นทุนเกือบเป็นศูนย์และมีประโยชน์อยู่แล้วในตัวเอง
เราไม่อ้างว่าสินค้าของเราเป็นคาร์บอนเครดิตหรือคาร์บอนเป็นศูนย์ เพราะยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากผู้ประเมินภายนอก การอ้างก่อนได้รับการรับรองไม่เพียงไม่ถูกต้อง แต่ยังทำลายความน่าเชื่อถือของทั้งวงการที่กำลังพยายามทำให้ระบบนี้น่าไว้ใจ สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือเก็บบันทึกให้ครบและรอให้ระบบพร้อม
ไบโอชาร์ชาร์จแล้วที่บันทึกวัตถุดิบ อุณหภูมิเผา และปริมาณทุกล็อต ซึ่งเป็นข้อมูลชุดเดียวกับที่ระบบคาร์บอนต้องการ
ขั้นตอนที่คนส่วนใหญ่ข้ามและทำให้ผลลัพธ์กลับด้าน
เส้นทาง มผช. และวิสาหกิจชุมชน ทีละขั้น